MewZ's profileW e l C o M e ! ! ! ~ iv...PhotosBlogListsMore Tools Help
Loading...

MewZ

Occupation
Location
I'm the master of my fate,
and I'm the captain of my soul.
 

W e l C o M e ! ! ! ~ ivi e ω 's $pace

D e n T ~ M u ' 3 9 -- If U can dream, U can do it!!
March 07

H a P P i N e S S - B l o O M i n G

 
ไม่รู้เหมือนกันว่า อะไร มาดลใจ ทำให้ข้าพเจ้ากลับมาเขียนบล๊อกอีกครั้ง ห่างหายไปนานจนจำไม่ได้

อาจจะด้วยความรู้สึกมั้ง หรือความทรงจำก้อมิอาจรู้ได้เหมือนกัน อยากได้ที่บ่น ได้ที่บันทึก ได้ที่ระบาย ถึงหลายๆสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ

Journal ในฮิห้า มันก้อดูสั้นไปซะเหลือเกิน สำหรับความรู้สึกในใจ เหมือนมันจะมีมากเหลือเกิน มากขึ้นทุกทีทุกที
จนแก้วน้ำใบนึงที่เรียกว่า สมอง มันเริ่มจะล้นซะแล้วสิ - 0 - papez's loop เริ่มมีรอยร้าว จนหลายๆเรื่องไปอยู่นอกแก้วซะแล้ว
 
 

ช่วงชีวิต ช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าพบเจออะไรมากซะเหลือเกิน ทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย(มาก)
แต่ก้อนั่นหล่ะ ถ้าชีวิตมีแต่เรื่องดี มันจะเรียกว่าชีวิต ได้ยังไงหล่ะ จริงมั๊ย

เรื่องดี ก้อถูกสร้าง มาให้คู่กับ เรื่องร้าย เหมือนกับ ที่ธรรมชาติ สร้างผู้ชาย มาคู่กับผู้หญิงนั่นแหละ
(แต่มนุษยชาติกลับจับคู่ให้กับตัวเองมากเกินไป
จนเกิดสิ่งมีชีวิตที่ genotype ไม่ตรงกับ phenotype ของตัวเองน่ะสิ - -)

 

ลองคิดดูสิ ถ้าชีวิตมีแต่เรื่องดีๆ แล้วจะเป็นยังไง
วงจรชีวิตในแต่ละวันก้อคงจะซ้ำซากจำเจ สีสันของชีวิตคงหายไป ไม่ได้เรียนรู้

....

เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าเรื่องร้ายๆ บางเรื่อง
หรือที่เราเรียกกันว่า ปัญหา หรือ อุปสรรค เป็นแรงผลักดันที่ดี
(หรืออาจจะมากกว่าผลัก อาจจะเป็น แรงเตะ แรงถีบ หรืออะไรก้อตามใจคุณ)
ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ ได้เติบโต

หรือพวกคุณคิดว่าไงล่ะ?

 

ก่อนที่จะเจอเรื่องดี มักจะเจอเรื่องร้ายก่อนเสมอ ทำไมมักเป็นเช่นนั้นล่ะ
นั่นก้อ
เพราะมุมมองของมนุษย์เองล่ะมั้ง ที่นิยามว่าเรื่องไหนดี เรื่องไหนร้าย

ข้าพเจ้าจึงพยายาม พยายาม และ พยายามซะเหลือเกิน
ที่จะมองให้เห็นเรื่องดีในเรื่องร้าย ด้วยการนิยามของตัวเอง แต่เชื่อมั๊ยว่า มันแทบจะไม่เคยสำเร็จเลย
จึงได้แต่พยายามที่จะมองให้เห็นเรื่องดีๆ มากกว่าที่จะมองเห็นเรื่องร้ายๆ


แต่บางครั้งเรื่องร้ายบางเรื่องมันอาจจะหนักหนาไป จริงไหม แล้วทำไงล่ะ?

หลายๆคนอาจจะบอกว่า ช่างมันสิ วางมันสิ
ถ้าทำได้คงดีไม่น้อยเนอะ เพราะข้าพเจ้าพยายาม พยายาม และพยายามที่จะปล่อยวางหลายๆเรื่อง

....
แล้วเชื่อมั๊ยว่า มันไม่เคยจะสำเร็จซักที

หลายๆคนอาจจะเก็บไปคิด คิด คิด และคิดมาก มาก (ข้าพเจ้าก้อเป็นหนึ่งในนั้น)
ข้าพเจ้าเชื่อว่า การคิด คิด คิด เป็นทางออกที่ดีนะ แต่อย่า "มาก" เกินไปแล้วกัน
คิดมากได้ โกรธมากได้ เศร้ามากได้ แต่..อย่า คิดนาน โกรธนาน หรือเศร้านาน

จนทำให้ข้าพเจ้าเชื่อนะว่า ชีวิตเรามันสั้น สั้นเกินกว่าที่จะหยุดอยู่กับที่นานๆ
ยิ่งหยุดนาน ก้อยิ่ง.... ลองนึกดูเองแล้วกัน แล้วจะเข้าใจ ว่ามีอะไรสูญเสียไป กับการหยุดอยู่กับที่เฉยๆ

 

หลายคนๆ ถ้าอ่านมาถึงจุดจุดนี้ อาจจะหาว่า ไอ้นี่บ้าป่าวเมิง บ่นอะไรอีกละ เมิงเปงไรอีกละเนี่ย

ณ เวลานี้ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นอะไรหรอก
แต่ไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องดีๆ ดูเหมือนจะเหี่ยวแฟบลงเรื่อยๆ เรื่องร้ายๆ พองลมใหญ่แล้ว
เลยเกิดอาการเหวี่ยงไปทั่ว (ทั่วจริงๆ)

....

รู้อยู่ว่า เหวี่ยงไป แล้วได้อะไร นอกจากปวดใจเล่นเอง มีใครรู้ ใครเห็นป่าว...ก้อไม่มี๊
จนแรงเหวี่ยงเริ่มหมดลง ความสุขเริ่มกลับมาพองลม กลับมาเบ่งบาน อี ก ค รั้ ง

เห็นมั๊ย หลังจากเรื่องร้ายๆ มีเรื่องดีๆ ตามมา เสมอ (อาจจะร้ายมากไปหน่อย - -")

 

อย่างที่บอกว่า เรื่องดี เรื่องร้าย ขึ้นกับการให้นิยามของแต่ละคน
หรืออีกนัยหนึ่ง ก้อคือการเลือกนั่นแหละ เลือกที่จะเห็นความสุข หรือ เลือกที่จะเห็นความทุกข์
บางครั้งที่เราเลือกผิด ความทุกข์ก้อเข้ามาแทนที่ความสุข จนเรามองหาความสุขไม่เจอ
มัวแต่จมปลัก ไม่ยอมมอง ไม่ยอมรับความสุข ทั้งที่มันอยู่แค่เอื้อมมือเราเท่านั้นเอง
ลองเปิดใจให้กว้างดูสิ เปิดใจยอมรับทุกสิ่งอย่างที่มันเป็น แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ในพจนานุกรมของข้าพเจ้า ความสุข กับ ความทุกข์ เป็น synonym กัน
แต่ในบางครั้งมันก้อเป็นยิ่งกว่า antonym ซะอีก
เพราะเราเป็นคนนิยามมันเองไงล่ะ!!

ลองนิยามพจนานุกรมของคุณขึ้นมาดูสิ
ล อ ง ดู สิ ,
ค ว า ม สุ ข พ ร้ อ ม ที่ จ ะ เ บ่ ง บ า น เ ส ม อ ล่ ะ
เ ห็ น มั๊ ย มั น เ บ่ ง บ า น อ ยู่ นั่ น ไ ง ! !

 

อะไรหลายๆอย่างเริ่มดีขึ้น รวมถึงใจของเราเองด้วย แต่มันก้อยังมีอยู่อย่างนึงที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

.....

ความขี้เกียจ ยังเกาะติดเราแจเหมือนเคย
ดูเหมือนว่ามันจะผลิดอกเบ่งบานมากขึ้นไปพร้อมกับความสุขซะด้วยสิ
เวลาเริ่มร่วงโรยไปทีละน้อย ถามตัวเองว่ารู้สึกรึป่าวว่าเวลาเริ่มน้อยลง

คำตอบมันก้อเด่นชัดขึ้นมาซะเหลือเกิน ว่าทำไมจะไม่รู้
แต่ความขยันของเราไม่เคยพร้อมที่เบ่งบานเลยซักครั้ง

 

บานหน่อย!!

ความขยันของข้าพเจ้าเอ้ยยยย
ถ้ามันพองตัวได้ง่ายเหมือนป๊อปคอร์นเวลาเอาเข้าไมโครเวฟ ก้อดีสิ
เนอะ!! หมุนๆ ช้าๆ ท่ามกลางแสงสีส้ม แล้วค่อยๆ พองตัวขึ้น พองตัวขึ้น

. . .เริ่มเพ้อละ พอแค่นี้แล้วกัน

 

มิว

A๓๖ ห้องเน่าๆของข้าพเจ้าเอง
๐๒.๓๘ น.
๐๗ มีนาคม ๒๕๕๒

 

Photobucket

August 13

About a " B o y "

 
เอิ้กๆ ไม่ได้อัพสเปซ มาเดือนกว่าเลยทีเดียว แล้วการที่กลับมาอัพคราวนี้ ก้อต้องมีสาเหตุแน่นอน ไม่งั้นไม่กลับมาอัพหรอกเฟ้ย = =
 

 

อย่างที่รู้กันอยู่ว่าช่วงนี้เราก้อได้หยุดเรียนนิดๆหน่อยๆ เพราะ Universiade อ่ะนะ
นั่นทำให้เรามีเวลาไปตามผู้ชายคนนึงมา หลังจากที่ห่างไปนานเลยทีเดียว (อ่านแล้ว "อย่าคิดไปไกล" ล่ะ)

ยังคงรู้สึกอบอุ่น และ เฟรนลี่เหมือนเดิม กับพี่ชายคนนี้ พี่บอย พิษณุ นิ่มสกุล
เมื่อลองนึกย้อนดู มันก้อนานแล้วนะ ที่เราได้รู้จักกับพี่ชายคนนี้ อาจจะจำไม่ได้ว่า เรารู้จักเค้าได้ยังไง  อาจจะจำไม่ได้ว่า เรารู้จักเค้าครั้งแรกวันที่เท่าไหร่ แต่จนถึงวันนี้ มันก้อนานกว่า 2 ปีแล้วนะ


ครั้งแรกที่ได้รู้จัก เมื่อเวลานั้น เรายังเรียนอยู่ ม.6 ใช้ชีวิตไร้สาระไปวันๆ ยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนกับชีวิตมหา'ลัย เรายังคงมอง reality show อย่าง AF เป็นเพียงรายการไร้สาระ
แต่เมื่อเราได้มาลองดูอย่างจริงจัง ทำให้เรารู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น และได้มารู้จักกับพี่ชายคนนี้ อาจเป็นเพียงความรู้สึกแค่ชื่นชมศิลปินซักคน
แต่เมื่อ AF รุ่นที่ 2 มาถึงปลายทางแล้ว เรากลับรู้สึกประทับใจกับคนคนนี้มากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

เค้าได้สอนให้เรารู้ว่า "ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป ที่จะทำในสิ่งที่ตนฝัน"
ทำให้ปลายทางที่มีทางแยกมากมายของเรา เหลือเพียงเส้นทางเดียว จนวันนี้ เราได้ก้าวเท้ามาตามทางนั้นได้สมความตั้งใจของเราแล้ว

แล้ววันนึงเมื่อเราได้เจอะเจอกับพี่ชายคนนี้ตัวจริงๆ ครั้งแรกที่ได้เจอ คือ การแจกลายเซ็นต์ ครั้งแรกของ Dream Factory หรือ เร่ขายฝัน ด้วยโอกาสที่ไม่คาดคิดกับการมาสอบจุฬาฯ
นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นอีกจุดนึงที่ทำให้เราติดตามผลงานของพี่ชายคนนี้ นับจากวันนั้น จากเด็กม.ปลาย จากหาดใหญ่คนนึง ได้ผันตัวเอง มาเป็นนักศึกษาในกรุงเทพฯ
ทำให้เราได้มีโอกาสเจอะเจอกับพี่ชายคนนี้บ่อยขึ้น ทำให้เราได้รู้จักกับพี่บอยมากขึ้น
หลายครั้งที่คนรอบข้างมักพูด "เฮ้ย แกเป็นอะไรของแกได้ขนาดนี้ จะบ้าไปใหญ่แล้ว"
แล้วเราลองมามองดู อืม มันก้อจริงนะ เราไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อน พี่บอยเป็นศิลปินคนแรก ที่เราติดตามได้ขนาดนี้

แต่ไม่ว่าใครจะมองยังไง แต่เราไม่เคยเสียใจ ไม่เคยรู้สึกเสียดายเวลา ที่ใช้ไปกับพี่ชายคนนี้เลย มันคุ้มค่ากับสิ่งที่ทำไป เรามีความสุขที่ได้ทำ บางครั้งเรายังรู้สึกเหมือนเรามีพี่ชายเพิ่มมาอีกคนด้วยซ้ำไป

จนมาถึงวันนี้ วันเกิดของพี่บอยหมุนผ่านมาอีกครั้ง พร้อมของขวัญชิ้นใหญ่ กับ อัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 กับชื่อ BoySter และคอนเสิร์ตเดี่ยวใหญ่ครั้งแรก จนถึงวันนี้ พี่ชายเราประสบความสำเร็จไปอีกก้าวแล้ว ดีใจกับพี่บอยจริงๆครับ

คราวนี้ก้อถึงตาของเราแล้วที่จะต้องก้าวต่อไป ให้ถึงปลายทางกับวิชาชีพที่เราเลือกมาแล้ว อย่างที่พี่บอยบอก อีก 4 ปีมันก้อพริบตาเดียวเอง จริงมะครับ ไว้เมื่อถึงวันนั้นคงจะได้มีโอกาสทำฟันให้พี่บอยเนอะ

พรุ่งนี้ก้อสอบแล้วสินะ กับ carve ซี่ premolar แต่ไม่มีอะไรต้องกังวล เรามีกำลังใจเต็มเปี่ยมจากพี่ชายคนนี้ ทำเต็มที่ของเราก้อพอแล้วหละ 

 

ปล. Happy Birthday กับพี่บอยอีกครั้งนะครับ จากที่บอกไปหลายครั้งแล้ว
ปล.2 BoySter Floor on Fire สมชื่อคอนจริงๆครับ เล่นเอาปวดขากันเลยทีเดียว คอนเยี่ยมมากเลยครับ อยากให้มีคราวหน้าอีกครับ ไว้เจอกันครับผม
ปล.3 คงต้องขอบคุณเวลาและโชคชะตาอีกครั้ง ที่ทำให้คนคนนึงได้มาพบ ได้มารู้จักกับพี่ชายคนนี้
  

 

July 07

Oh! my Gross!!!! >w<

 

 

 ตอนนี้ชีวิตคงมีเวลามากขึ้น (มั้ง) หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงกิจกรรมและสอบมิดเทอมของอนาโตมี่ไปแร้ว

เหลือ DA มาจ่อรอคิวอยู่อีกมะกี่วัน เห้อ เมื่อไหร่ฤดูกาลสอบจะสิ้นสุดซะทีน้า~

เห้อ ไม่ได้อัพมาซะนาน คิดถึงเหมือนกันนะเนี่ย ช่วงเดือนที่ผ่านมาเนี่ย รู้สึกว่าเจอะเจออะไรมาเยอะอีกแล้วหละ
มาสรุปกิจกรรมที่ผ่านมากันดีกว่า ไปดูกันเล้ย!!

=============================================================
Stand!!! 23-06-2550
=============================================================

หลังจากที่ซุ่มซ้อมกันมากว่าสามสัปดาห์ ในที่สุดก้อมาถึงซะทีกับวันนี้
หลังจากจบมันไปแล้ว คิดว่าน้องๆหลายๆคนคงจะได้เก็บเกี่ยวอะไรจากมันไปบ้างเนอะ
ลองเก็บสิ่งที่ได้ไปคิดดูว่ามันสอนอะไรบ้าง เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง อย่าปล่อยให้มันเลือนหายไปกับกาลเวลาล่ะ
สแตนด์เราอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่พี่ได้เห็นแล้วว่าน้องเต็มที่กับมันแล้ว แค่นี้พี่พอใจแล้วหล่ะ
ในวันนั้นน้องๆทำได้ดีกว่าที่ซ้อมเยอะมากเลยหล่ะ ยินดีต้อนรับนักศึกษาทันตแพทย์รุ่น 40 คับผม

ไปติดตามรูปในอัลบั้มได้เลยคับผม อัพเรียบร้อย ^^

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พิธีเปิด Freshy Game & เปิดตัว Freshy Boy - Girl 27-06-2550
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฮึ่มมมมม กะจะไปดูพาเหรดหน่อย แต่ก้อฝนตก พาเหรดเลยยุบไป
แต่ก้อโอเคหละ ไปดู ดาว-เดือน คณะอื่น วันนี้ก้อไม่มีไรมาก มีสันฯปิดท้ายนิดหน่อย

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! Boom พี่บัณฑิต'50 02-07-2550 
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ก่อนอื่นต้อง ขอแสดงความยินดีกับพี่บัณฑิตทุกคนเลยครับ ในที่สุดก้อก้าวมาถึงปลายทางแล้ว
ยังไม่อยากใช้คำว่าเส้นชัยเลย เพราะชีวิตยังมีทางแยกให้เดินต่อไปอีก ขอให้พวกพี่ๆทุกคนโชคดีกับชีวิตการทำงานกับวิชาชีพอันแสนภาคภูมิใจของพวกเราครับผม
พี่ติ๊กตี๋ พี่บัณฑิตสายรหัส046 ก้อยังคงน่ารักเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
จากนี้ไปเราคงไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว อย่าลืมน้องคนนี้ละคับ ไว้เจอกันคับ เป็นห่วงและคิดถึงเสมอคับผม
พี่อั้น อดีตนายกสโมฯคณะเรา จบแล้ว ดีใจด้วยคร้าบผม มาเป็นอาจารย์คณะเราซะด้วย
อีก 5 ปี ไว้เจอกันกับวันวันนี้ของเรา 555+

มีรูปมากฝากนิดหน่อยเปิดอัลบั้มได้เลยจ้า

******************************************************************************************** Midterm Anatomy 05-07-2550 ********************************************************************************************
อันนี้ No Comment จ้า - -"

 มาอ่านดู อ่าว ไหงรู้สึกเหมือนเจออะไรเยอะแยะไปหมดกะช่วงนี้ เงยหน้าขึ้นไปอ่าน อ่าว แค่นี้เองเรอะ
อาจเป็นเพราะ DA รึป่าวเนี้ย hand-in กันไปกี่ซี่แล้วล่ะเนี่ยเพื่อนๆ
สู้ต่อไป จะสอบ carve anterior tooth แล้ว ตั้งใจกันหน่อยน้าาาา

ปล.อัพเดทรูปแล้วคร้าบผม เชิญทัศนาที่ photo album ได้เลยจ้า คัยอยากได้แบบเต็มๆ หลังไมค์มาเลยจ้า
ปล.2 เข้ามาอ่านแล้วเม้นด้วยคับบทุกท่านนนนนน
ปล.3 คิดถึงพี่บอยจังเลย (อ่าว อะไรเนี่ย มะเกี่ยวหละ)
ปล.4 คิดถึงเพื่อนๆ 6/10 เพื่อนเดนท์39 และน้องเดนท์40 ทุกคนคร้าบบบบบบบ
ปล.5 น้องๆเดนท์ไปรับน้องกันเยอะๆนะจ๊ะ แล้วไว้เจอกันจ้า

 

June 17

"การเปลี่ยนแปลง"

 

 

สเปซๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ได้อัพมานานแล้วนะเนี่ย - -"

มาถึงตอนนี้ ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย หลายเรื่องผ่านพ้นไป แต่ก้อมีอีกหลายเรื่องโถมเข้ามาหา
ทั้งเรื่องเรียน เรื่องน้อง เรื่องสังคมใหม่ในคณะ หรือแม้แต่เรื่องของตัวเอง
เพื่อนๆหลายคนคงจะรู้สึกเหมือนเราหล่ะมั้ง ช่วงนี้เหนื่อยกันจริงๆ แทบจะไม่มีเวลาพักกันเลยจิงๆ
ไปกลับศาลายากันเป็นว่าเล่น แต่ไม่ว่าใครจะว่ายังไง สำหรับเรามันก้อมีความสุขที่ได้ทำนะ อย่างน้อยๆเราก้อได้ทำเพื่อน้องๆของเราหล่ะ
มันคุ้มแล้วหล่ะที่ได้ทำ เวลาที่เราจะได้เจอน้องมันก้อจะยิ่งน้อยลงเมื่อจบสแตนด์
การที่เราจะได้เจอน้องเกือบทั้งคณะพร้อมกัน มันคงหาไม่ได้อีกแล้วหล่ะ
สำหรับน้องๆเอง ก้อคงเป็นช่วงเดียวที่จะได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งชั้นปีแบบนี้

เห้อ พอมาอยู่ปีสอง อะไรๆมันก้อเปลี่ยนไปเยอะเหลือเกิน
จากชีวิตแสนสุขในศาลายา กลับพลิกผัน กลายเป็น ชีวิตที่ต้องจริงจังอยู่ตลอดเวลา
เวลาที่เคยพอ กลับกลายเป็น มีเวลามากเพียงใด ก้อไม่มีวันพอ
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยเปื้อนอยู่บนใบหน้า จางหายไปอย่างไม่คาดคิด

แต่การที่เราได้เจอกับ "การเปลี่ยนแปลง" ตรงจุดนี้เอง
มันทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มันทำให้เราต้องรู้จักดูแลตัวเอง ต้องรับผิดชอบตัวเองได้แล้วนะ เราไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่ต้องมีคนมาดูแลอีกต่อไปแล้ว
เราหนัก เราเหนื่อย ใช่...แต่เราต้องไม่ท้อกับมัน เราต้องปรับตัวเราเข้าหามัน ไม่ใช่ให้ความหนัก ความเหนื่อยตรงนั้นมาทำให้เราหยุดก้าวเดินต่อ
มันทำให้เราได้เรียนรู้ ได้บทเรียน ว่าชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องง่ายๆเสมอไป ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดตลอด
มันก้อเหมือนกับ "สแตนด์" ที่พี่ส้มบอกไว้หล่ะ ว่า หลังจากที่เราเรียนจบไป ชีวิตมันจะมีอะไรที่หนักหนากว่านั้นให้เราต้องเผชิญอีกมาก
เรื่องที่เราเผชิญอยู่ ณ เวลานี้ เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ หากเราผ่านตรงจุดนี้ไปไม่ได้ ก้ออย่าไปคาดหวังอะไรกับอนาคตข้างหน้าเลย

อีกไม่กี่วัน สแตนด์ก้อจะจบแล้ว อยากให้น้องๆที่ผ่านมาอ่านได้รู้ ว่า จริงๆนะ ที่สแตนด์เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งเดียวที่ทำให้น้องๆทั้งชั้นปีได้มารวมกัน
หลายๆคนอาจจะยังไม่เปิดใจรับมันซักเท่าไหร่ พี่อยากให้ลองเปิดใจรับมันดูนะ สแตนด์ให้อะไรกับน้องมากกว่าที่คิดเยอะ จริงๆ
พี่ผ่านมันมาแล้ว ลองมาย้อนคิดถึงมันดู มันได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้จริงๆ
มันเหมือนกับเป็นสังคมขนาดย่อมๆ ที่จำลองชีวิตให้เราดู
ให้เราเห็นปัญหา ให้เราได้เห็นคนหลายๆประเภท เพราะในชีวิตจริงๆ ในสังคมจริงๆ มันต้องเจอแน่ๆกับคนทุกประเภท
อีกไม่กี่วันแล้วจริงๆ อยากให้ตั้งใจกันหน่อย ทำด้วยความตั้งใจ มันต้องออกมาดีแน่ๆหล่ะ สู้ๆล่ะ

กลับมาบ่นกันต่อดีกว่า อีกไม่กี่วัน Midterm ของ Anatomy จะมาถึงแล้ว ยังไม่ได้เริ่มอ่านเลยแม้แต่นิดเดียว เห้อ ช่างเหอะ ไม่รู้จะพิมไรแล้วเซ็งๆ

 

ปล.เข้ามาอ่าน แล้วเม้นๆกันด้วยเน้อ
ปล.2 คิดถึงเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนจังเลยยย
ปล.3 ไอวิม อยากกิน MU แล้วอ่ะ
ปล.4 ไผ่ อิ๊งค์ เมื่อไหร่จะเลี้ยงเราอ่า อยากกินจังเลย > w <
ปล.5 ไอ้เฟียต น้องมี เด่วว่างๆ จะพาไปเลี้ยงอีก, น้ำตาล ให้พี่เลี้ยงเราคืนได้แล้วนะ, ไอ้แมน ไว้ค่อยพาไปกินตามที่รับปากไว้, น้องแมนหลีด รับเปงน้องบุญธรรมไปตั้งนานแล้วยังมะได้พาไปเลี้ยงเล้ย

 

May 21

ยินดีต้อนรับ DentMU'40 จ้า

 
 
 

แอบ...ลุ้นตั้งแต่วันที่ไม่รู้จัก
อยากทักตั้งแต่วันที่ไม่เห็นหน้า
แรกพบอยากคุยอยากสบสายตา
สรรหาคำใดมาสื่อไมตรี
คนดีมาเป็นขวัญใจของพี่
ณ ที่แห่งนี้ ยินดีต้อนรับเสมอ
โลกหมุนให้เราได้มาพบเจอ
ไม่ใช่ละเมอเราได้เจอกันแล้วจริงๆ
ผูกพันดังสายไหมในโรตี
จะคอย คอยลุ้นคนดีร่ำไป
แห่งไหนที่ใจของเธอไฝ่ฝัน
จะเป็นมิ่งขวัญซึ่งกันและกันและตลอดไป

ผ่านมาปีนึงแล้วเนอะ ตั้งแต่คราวนั้น
คราวที่แอบลุ้นกับตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว
ว่าพี่เราจะเป็นไงกันบ้างน้า
ความรู้สึกในครั้งนั้นยังคงประทับอยู่กับตัวเอง ในห้วงลึกของความทรงจำ

ถึงเวลาแล้วสินะ ที่เราจะต้องมาลุ้นกันอีกครั้ง
ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลายเป็นพี่คน
ถึงเวลาแล้วที่เราจะรับน้อง
...น้องที่เรารอกันมานานเหลือเกิน...

ความรู้สึกเมื่อครั้งนั้นได้หวนกลับมาอีกครั้ง
ได้แอบลุ้นกับตัวเองอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรัวกว่าเก่า
ว่าน้องเราจะเป็นคัยกันน้า...
จะสนิทกันได้ไวมั๊ย...

ณ วันนี้ ณ เวลานี้ ณ นาทีนี้ และ ณ วินาทีนี้
เราคงได้เจอกันแล้ว ได้เจอกันแล้วจริงๆ และเราก็คงจะต้องเจอกันอีกนานเลยล่ะ

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง คำๆนี้ ยังมีผลกับเราเสมอเลยจริงๆ กับคำว่า "โชคชะตา"
ขอก๊อบข้อความจาก Blog ครั้งก่อนเนอะ

มานั่งคิดดูว่า การที่เราได้เจอะเจอ ได้รู้จัก ได้ผูกพันกับใครก้อไม่รู้ที่อยู่ๆก้อโผล่มาในชีวิตเรา ทั้งน้อง... ทั้งพี่เอง...
ถ้าไม่ใช่เพราะโชคชะตาแล้ว แล้วเราจะมาเจอมารู้จักกันได้ยังไง ทั้งที่โลกนี้มีคนตั้งกี่ร้อยล้านคน แต่เรากลับมาเจอกันได้
น่าแปลกใจมั๊ยหล่ะ

ถึงแม้อาจเป็นคนที่ไม่เชื่อในโชคชะตา เชื่อว่าชีวิตเราเราขีดทางเดินเองได้
แต่การที่จะขีดเส้นทางให้มาเจอกับใคร มารู้จักกับใครนั้น มันก้อมาจากโชคชะตาทั้งนั้น

ขอบคุณ...เวลา ที่เดินอย่างมั่นคงเรื่อยมา หากเวลาเกิดเหนื่อยหยุดเดินขึ้นมา เราคงไม่ได้รู้จักกัน
ขอบคุณ...โชคชะตา ที่ทำให้เราได้มาพบกัน
ขอบคุณ...ทุกทุกคน ที่เข้ามาทำความรู้จักกัน
และขอบคุณ...เวลา อีกครั้ง ที่ทำให้ความผูกพันมีคุณค่ามากขึ้นทุกครั้งที่เราเจอะเจอกัน

"โลกนี้ไม่มีความบังเอิญหรอกนะ จะมีก้อแต่โชคชะตาที่ทำให้เรามาพบกัน"

มิว DTMU#39

 
ในที่สุดการรอคอยของพี่ (หลายๆคน) ก้อคงจบลงแล้วเนอะ กับการได้พบน้องๆของเราแล้ว หลังจากที่ได้แอบลุ้นกับตัวเองมานาน
 
กับวันแรกที่เจอกัน วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2550 กับการตรวจสอบสุขภาพจิต หรือสัมพาดปลอมนั่นเอง
เพื่อนๆหลายคนก้อมากันแต่เช้า (แต่เราแอบมาช้า - -") ก้อมาถึง ก้อไปนั่งรออยู่กับน้องๆในห้องแรกสุด (ห้องไซโค)
แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ไซโคน้องซักเท่าไหร่ ให้น้องแนะนำตัวไร้สาระนำโดยอบอ๊บ = =
 
และน้องๆก้อจะถูกทยอยเอาไปเข้าห้องเชือด
แอบตกใจที่มีน้องร้องไห้ออกมาด้วย พวกจานปลอมทั้งหลายทำอะไรกับน้องคับทั่น
ไอเราก้อสักพักก้อนำน้องขึ้นไปชั้น 9 อาคาร 5 เพื่อทำกิจกรรมและสันฯกัน ก้อรู้สึกว่าแป้กๆหน่อยแหละ เพราะพวกเราไม่ค่อยได้ซ้อมกันเลย (จิงๆ)
 
พอน้องๆมาครบ และหลังจากสันฯไปได้ซักพัก พวกพี่ๆน้องๆ ก้อจับกลุ่มคุยกันเปงวงๆ
ก้อวงที่เราไปนั่งคุยนี่ดูเหมือนจะเป็นแก๊งออนเอ็ม (msn) แบบว่าเคยคุยเอ็มมาแล้วทั้งนั้นติดกันเป็นแถบ
อันได้แก่ น้องแมน(1 หรือแมนเกย์ ฮ่าๆๆ พี่ล้อเล่นนะน้อง) น้องปอนด์ น้องเป้ น้องบลูม น้องวี น้องแจน (น้องแกะ - -")
และน้องๆอีกหลายคนอันได้แก่ น้องออย น้องเม้ง ฯลฯ
และก้อจะเป็นกิจกรรมและสันฯยาวไปจนถึงช่วงเฉลยจานปลอม
และ บูมให้น้องเป็นครั้งแรก โดยได้ความช่วยเหลือจากพี่ปีสามหลายๆคน
ทำให้กิจกรรมวันแรกกับน้องๆก้อผ่านไปได้ดี (ในระดับนึงล่ะเมื่อเทียบกับปริมาณการซ้อม)
ก้อโอเคล่ะ ดีใจจิงๆที่ได้เจอน้องๆซักทีหลังจากที่รอคอยกันมานานแสนนาน
 
คิดถึงน้องๆทุกคนเลยคร้าบบบบบบบบ ไว้เจอกันคร้าบโผมมมม ^^~
 
ปล.เข้ามาช่วยอ่าน และช่วยเม้นกันด้วยจร้า
 
Photo 1 of 7

Windows Media Player